|
|
ความเป็นธรรม คือ ภารกิจของศาลปกครอง
การยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง
การยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองชั้นต้นที่มีเขตอำนาจซึ่งกฎหมายกำหนดให้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองที่ผู้ฟ้องคดีมีภูมิลำเนาหรือที่มูลคดีเกิด ยกเว้นคดีที่เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของพระราชกฤษฎีกา หรือกฎที่ออกโดยคณะรัฐมนตรี หรือโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ให้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดได้โดยตรง
ผู้ฟ้องคดีสามารถยื่นคำฟ้องได้ 2 วิธี คือ
1. ยื่นคำฟ้องด้วยตนเองที่ศาลปกครองชั้นต้นหรือสาลปกครองสูงสุด
2. ยื่นคำฟ้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียน จ่าหน้าซองถึงสำนักงานศาลปกครองแห่งที่ประสงค์จะยื่นฟ้อง
เขตอำนาจศาลปกครอง
1. ศาลปกครองกลาง
2. ศาลปกครองเชียงใหม่
3. ศาลปกครองพิษณุโลก
4. ศาลปกครองสงขลา
5. ศาลปกครองนครศรีธรรมราช
6. ศาลปกครองขอนแก่น
7. ศาลปกครองนครราชสีมา
8. ศาลปกครองอุดรธานี
9. ศาลปกครองระยอง
เกร็ดความรู้ 4 ขั้นตอนสำคัญ ของการดำเนินคดีในศาลปกครอง
การพิจารณาคดีของศาลปกครองใช้ระบบไต่สวน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่แท้จริง ระบบไต่สวนให้อำนาจตุลาการศาลปกครองในการแสวงหาข้อเท็จจริง โดยในการแสวงหาข้อเท็จจริงของสาลปกครองนั้น ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การทำคำฟ้อง การทำคำให้การ การทำคำคัดค้านคำให้การ และการทำคำให้การเพิ่มเติม และหากข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอ ศาลสามารถแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้อีก
1. การทำคำฟ้อง
“เมื่อผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายและประสงค์จะฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ก็จะต้องจัดทำคำฟ้องยื่นต่อศาล คำฟ้องไม่มีแบบฟอร์มบังคับ แต่ต้องทำเป็นหนังสือ และต้องที่รายละเอียด ได้แก่ ชื่อและที่อยู่ของผู้ฟ้องคดี ชื่อหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ที่ผู้ฟ้องคดีต้องการฟ้อง การกระทำที่ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย คำขอที่ต้องการให้ศาลสั่งโดยต้องเป็นคำขอที่ศาลสั่งให้ได้ตามกฎหมาย และลายมือชื่อของผู้ฟ้องคดี เมื่อผู้ฟ้องคดียื่นคำฟ้องมายังศาลแล้ว ถ้าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง และคำฟ้องนั้นสมบูรณ์ครบถ้วนและยังแก้ไขได้ ศาลจะให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าไม่มีการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือเป็นกรณีที่ไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ หรือเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ศาลจะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และจำหน่ายคดีออกจาสารบบความ”
2. การทำคำให้การ
“คำให้การเป็นสิ่งที่ผู้ถูกฟ้องคดีต้องทำ โดยเมื่อศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องแล้วก็จะส่งสำเนาคำฟ้องและสำเนาพยานหลักฐานให้ผู้ถูกฟ้องคดีทำคำให้การ มายื่นต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำฟ้อง หรือภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ผู้ถูกฟ้องคดีอาจทำคำให้การ โดยยอมรับหรือโต้แย้งคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีที่เห็นว่าไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง โดยต้องชี้แจงและแสดงเหตุผลของตน คำให้การจะต้องทำเป็นหนังสือเช่นเดียวกับคำฟ้อง โดยศาลจะกำหนดประเด็นที่ผู้ถูกฟ้องคดีต้องให้การหรือให้จัดส่งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาด้วยก็ได้ ถ้าผู้ถูกฟ้องคดียอมรับข้อเท็จจริงตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้าง ศาลก็จะพิจารณาคดีต่อไปตามที่เห็นเป็นการยุติธรรม”
3. การทำคำคัดค้านคำให้การ
“หลังจากที่ผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำให้การต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ศาลจะส่งสำเนาคำให้การพร้อมทั้งสำเนาพยานหลักฐานไปให้ผู้ฟ้องคดี เพื่อให้ผู้ฟ้องคดีทำคำคัดค้านคำให้การ เพื่อคัดค้านหรือยอมรับคำให้การหรือพยานหลักฐานที่ผู้ถูกฟ้องยื่นคดีต่อศาล โดยศาลจะกำหนดประเด็นที่ต้องชี้แจงหรือส่งพยานหลักฐานใด ๆด้วยก็ได้ ผู้ฟ้องคดีจะต้องยื่นคำคัดค้านคำให้การต่อศาลภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำให้การ หรือยื่นต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ถ้าผู้ฟ้องคดีไม่มีประเด็นใดจะคัดค้านเพิ่มเติม และไม่ต้องการที่จะทำคำคัดค้านคำให้การก็จะต้องทำหนังสือแจ้งให้ศาลทราบภายใน 30 วัน หรือภายในเวลาที่ศาลกำหนดเช่นกันว่า ไม่ประสงค์จะทำคำคัดค้านคำให้การ และขอให้ศาลดำเนินคดีต่อไป ถ้าผู้ฟ้องคดีไม่แจ้งให้ศาลทราบ ศาลอาจจะสั่งจำหน่ายออกจาสารบบความ”
4. การทำคำให้การเพิ่มเติม
“เมื่อผู้ฟ้องคดียื่นคำคัดค้านคำให้การต่อศาลแล้ว ศาลจะส่งสำเนาคำคัดค้านคำให้การนั้นไปให้ผู้ฟ้องคดีเพื่อทำคำให้การเพิ่มเติมยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำคัดค้านคำให้การ หรือภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด และเมื่อศาลได้รับคำให้การเพิ่มเติมจากผู้ฟ้องคดีแล้ว ศาลจะส่งสำเนาคำให้การเพิ่มเติมแก่ผู้ฟ้องคดีทราบต่อไป”
เมื่อศาลเห็นว่ามีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดี ตุลาการเจ้าของสำนวนจะดำเนินการจัดทำบันทึกสรุปสำนวนเพื่อเสนอองค์คณะและตุลาการผู้แถลงคดีพิจารณาต่อไป
ข้อควรรู้
“ในการยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานใด ๆ ต่อศาล คู่กรณีจะยื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้ โดยจะถือว่าวันที่ส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานแก่เจ้าพนักงานไปรษณีย์เป็นวันที่ยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานต่อศาล หรือคู่กรณีอาจมอบฉันทะให้ผู้อื่นยื่นต่อศาลแทนตนก็ได้ สำหรับการมอบฉันทะให้ผู้อื่นยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานนั้น ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้มอบ ผู้รับมอบและพยาน พร้อมทั้งติดอากรแสตมป์ด้วย” |
| |
|
|
|
 |
|
 |
 |
ทนาย
|
|
รับบริการ ปรึกษาคดี ,คดีแพ่ง
คดีอาญา คดีปกครอง, คดีเลือกตั้ง
คดีพรรคการเมือง
|
|
 |
|