
“สวัสดีน้องๆ ชาวรัฐศาสตร์รามคำแหงทุกท่าน” พี่นิคก์มีความรู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่น้องๆ ได้เข้ามาเยี่ยมชม เว็บไซต์สำนักงานกฎหมายพี่นิคก์และเพื่อน ซึ่งสำนักงานติวแห่งนี้จะมีการติวสอบเฉพาะทางด้านวิชากฎหมายปกครอง โดยตรงเพราะมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ โดยจัดทำสถิติผู้ที่ติวแล้ว สามารถทำให้นักศึกษาสอบผ่านมากที่สุดกว่าทุกๆ สถาบันย่านหน้ารามคำแหง
พี่นิคก์เป็นติวเตอร์ประจำรายวิชานี้มาเป็นระยะเวลากว่า 9 ปีแล้ว พี่นิคก์ได้ติดตามคำบรรยายของอาจารย์ประจำวิชาและติดตามทำสถิติการออกข้อสอบเก่าๆ ของอาจารย์ทุกภาคการศึกษา จึงทำให้รู้ขอบเขตการออกข้อสอบอย่างชัดเจน พร้อมวิเคราะห์ข้อสอบใหม่ภาคปัจจุบันให้นักศึกษาแบบฟันธงและแม่นยำ พร้อมทั้งแนะนำการเขียนตอบ การท่องจำแบบจำได้ง่าย จำได้เร็ว ตรงตามประเด็นข้อสอบ ไม่ใช้ศัพท์ทางวิชาการ ติวแบบบ้านๆ สนุกสนาน แฝงด้วยเนื้อหาสาระที่น้องๆ จะนำไปใช้เขียนตอบข้อสอบ แบบผ่านได้ภายในครั้งเดียว....
ขอบเขตเนื้อหา
กฎหมายปกครองสำหรับคณะรัฐศาสตร์ประกอบด้านเนื้อหาที่ใช้สอบ 4 ส่วนด้วยกัน คือ
1. หลักทั่วไปของกฎหมายปกครอง
- ความหมายขององค์ประกอบ ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายปกครอง, หน่วยงานของรัฐ, เจ้าหน้าที่ของรัฐ, ศาลปกครองและการบริการสาธารณะ
2. พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน
- การรวมอำนาจ, การแบ่งอำนาจ, การกระจายอำนาจ
3. พ.ร.บ.วิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง
- คำสั่งทางปกครอง, การมีส่วนได้เสียของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาทางปกครอง, สิทธิของการมีส่วนร่วมและการให้โอกาสแก่คู่กรณี ในการพิจารณาทางปกครองของเจ้าหน้าที่
4. พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง
- อำนาจหน้าที่และคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง
วัน-เวลาเรียนและอาจารย์ผู้รับผิดชอบ
วิชา LA 316 (LW 318) กฎหมายปกครองสำหรับคณะรัฐศาสตร์
มีอาจารย์ผู้รับผิดชอบวิชานี้ จำนวน 2 ท่าน คือ
1. ผศ.ดร.กิจบดี ( ออกข้อสอบ 2 ข้อ )
2. ผศ.ฐิติพร ( ออกข้อสอบ 2 ข้อ )
หลักเกณฑ์การให้คะแนน + การตรวจข้อสอบ
สำหรับวิชานี้จะตัดคะแนน โดยแบ่งออกเป็น % ดังนี้
1-59% ได้เกรด F
60-75% ได้เกรด P
76 – 100% ได้เกรด G
โดยการตรวจข้อสอบอาจารย์จะให้คะแนน โดยดูจากการเขียน-ตอบ เป็นลำดับ ดังนี้
1. หลักกฎหมายที่ใช้ประกอบข้อเท็จจริง ( 10 คะแนน )
2. การวิเคราะห์และการวินิจฉัยหลักกฎหมายกับข้อเท็จจริง ( 10 คะแนน )
3. การสรุปฟันธงตรงตามคำถามข้อสอบ ( 5 คะแนน )
การเตรียมตัวสอบพร้อมตัวอย่างการเขียน-ตอบข้อสอบ
วิชานี้น้องๆ จะต้องเริ่มศึกษาจากโครงสร้าง ขอบเขต เนื้อหา หลักกฎหมายที่ใช้สอบ และศึกษาถึงวิธีการเขียนตอบ ทั้งแบบความจำและวินิจฉัย (ตุ๊กตา) เพื่อที่น้องๆ จะได้รู้และเตรียมตัวอ่านตรงตามวัตถุประสงค์ที่ทางมหาวิทยาลัยจะวัดผล
โดยขอบเขตเนื้อหาวิชานี้ พี่ได้จัดการสรุปไว้ข้างต้น ในชั้นนี้ จึงขอเสนอตัวอย่างการเขียน-ตอบ เพื่อให้น้องๆ นักศึกษาได้เห็นภาพ เพื่อนำไปปรับใช้ในการเขียน-ตอบ ข้อสอบแบบถูกวิธีและรู้วิธีเสนอข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงในการวิเคราะห์เขียนตอบข้อสอบต่อไป
ตัวอย่างการเขียนตอบข้อสอบ
คำสั่งทางปกครองมีกี่รูปแบบและต้องประกอบด้วยรายการอะไรบ้างจึงถือว่าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
ตอบ ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองพ.ศ.2539
คำสั่งทางปกครอง หมายถึง การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เพื่อก่อนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับ ซึ่งสิทธิหรือหน้าที่ของผู้รับคำสั่งทางปกครองไม่ว่าจะมีผลเป็นการชั่วคราวหรือถาวร เช่น การสั่งการ, การอนุมัติ , การอนุญาต, การวินิจฉัยและการอุทธรณ์
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับรูปแบบของคำสั่งทางปกครอง
โดยทั่วไปมักกล่าวกันอยู่เสมอว่า การทำคำสั่งทางปกครองไม่ยึดถือรูปแบบ ซึ่งหมายความว่า สิ่งที่ถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครองนั้นจะทำในลักษณะใดหรือรูปแบบใดก็ได้ ขอเพียงแต่ให้มีเนื้อหาสาระเป็นคำสั่งทางปกครอง คือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพการณ์ทางกฎหมายของบุคคลเป็นการเฉพาะรายก็เพียงพอแล้ว มาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติวิธีราชการทางปกครองฯ เองก็ได้สะท้อนให้เห็นหลักดังกล่าวนี้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่า คำสั่งทางปกครองอาจทำเป็นหนังสือก็ได้ หรือทำโดยวาจาก็ได้ หรือทำโดยการสื่อความหมายในรูปแบบอื่นๆ ก็ได้
กรณีการทำคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือ
อย่างไรก็ดี โดยปกติคำสั่งทางปกครองจะทำเป็นหนังสือ ซึ่งในกรณีที่คำสั่งทางปกครองทำเป็นหนังสือนี้เอง กฎหมายก็จะกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ในเรื่องแบบให้ต้องปฏิบัติ ดังนั้น หลักการที่ว่าการทำคำสั่งทางปกครองไม่ยึดถือรูปแบบนั้น ในทางปฏิบัติจึงคลายความสำคัญลงไปไม่น้อย เพราะกลายเป็นว่า ในทางปฏิบัติการออกคำสั่งทางปกครองส่วนใหญ่จะต้องเคารพหลักเกณฑ์บางประการ โดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯกำหนดรายการที่ต้องระบุไว้ 3 รายการ ตามมาตรา 36 ได้แก่ 1 ) วัน เดือน และปีที่ทำคำสั่ง 2 ) ชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง และ 3 ) ลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง พึงสังเกตว่า ทั้งสามรายการที่กล่าวมาข้างต้นเป็นรายการ ตามลักษณะของคำสั่ง ได้แก่ 4 ) เหตุผลในการทำคำสั่งตามมาตรา 37 และ 5 ) กรณีที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่ง รวมทั้งการยื่นและระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์หรือโต้แย้ง ทั้งนี้ โดยผลของมาตรา 40
หลักการให้เหตุผลในการออกคำสั่งทางปกครอง
การให้เหตุผลในการออกคำสั่งทางปกครองนั้น เป็นหลักประการสำคัญอีกประการหนึ่งของหลักกฎหมายว่าด้วยกระบวนการพิจารณาทางปกครองเพราะการให้เหตุผลจะทำให้ผู้รับคำสั่งทางปกครองได้รู้ว่า คำสั่งทางปกครองที่ออกมาเช่นนั้น ผู้ทำคำสั่งมีเหตุผลอย่างใด ซึ่งหากมีการให้เหตุผลที่ดีแล้ว ผู้รับคำสั่ง ก็จะยอมรับคำสั่งนั้นได้อย่างเต็มใจและง่ายขึ้น สำหรับการให้เหตุผลจะต้องมีสาระอย่างไรบ้างนั้น ความในวรรคหนึ่งของมาตรา 37 กำหนดไว้ว่า ต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ
ส่วนข้อยกเว้นของหลักการให้เหตุผลนั้น มาตรา 37 วรรคท้าย กำหนดไว้ด้วยกัน 4 กรณี ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นข้อยกเว้นโดยสภาพอยู่แล้ว อันได้แก่ กรณีของความลับ กรณีเร่งด่วน กรณีที่มีผลตรงตามคำขอ และกรณีที่เหตุผลนั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว หลักการของกฎหมายไทยในเรื่องการให้เหตุผลนี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องบังคับทั่วไปให้ต้องมีการให้เหตุผล แต่หากไม่เห็นด้วยกับเหตุผลในคำสั่ง ก็สามารถรู้ได้ว่าจะต้องโต้แย้งคัดค้านในประเด็นใด ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเอง การต้องระบุเหตุผลในคำสั่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเอาใจใส่และพิถีพิถันในการพิจารณาและตัดสินใจ เพราะผู้รับคำสั่งสามารถจะรู้ถึงเหตุผลของการออกคำสั่งได้ ไม่ใช่เรื่องที่อาจปกปิดหรือรู้กันเองภายในเฉพาะเจ้าหน้าที่อีกต่อไป นอกจากนั้น การให้เหตุผลในการออกคำสั่งจะช่วยให้การควบคุมตรวจสอบโดยองค์กรตุลาการกระทำได้ชัดเจนและง่ายขึ้น โดยศาลสามารถนำเอาเหตุผลที่ฝ่ายปกครองระบุในคำสั่งมาเป็นฐานในการควบคุมความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครองได้โดยตรง
คำถาม บริเวณท้องที่ในเขตเทศบาลบ้านหมอมีโรงงานสามสหายเปิดผลิตยาปราบศัตรูพืชและมีการปล่อยน้ำเสียที่ผสมสารเคมีบางอย่างจนทำให้สัตว์น้ำและต้นไม้บริเวณนั้นถึงแก่ความตายและส่งกลิ่นเหม็นกระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านบริเวณนั้นเป็นอย่างมากจึงทำการร้องเรียน โดยร่วมกันลงลายมือชื่อพร้อมทั้งให้นายสมทรงเสนอเรื่องไปยังนายกเทศมนตรีบ้านหมอเพื่อทำการพิจารณาและสั่งปิดโรงงานดังกล่าว แต่จนกระทั่งระยะเวลาได้ผ่านไป 2 ปี ก็ยังไม่ได้รับความคืบหน้าและการเยียวยาแต่อย่างใด นายสมทรงจึงมาปรึกษาท่านว่าจะฟ้องศาลปกครองในกรณีดังกล่าวได้หรือไม่เพราะเหตุใด
ตอบ ตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ.2542 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การฟ้องคดีปกครองไว้ในกรณีดังนี้ คือ
1 ) คู่กรณีที่จะฟ้องต่อศาลปกครองนั้นจะต้องเป็นกรณีที่เกิดข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชนหรือระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันเอง
2 ) คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองนั้นได้กำหนดไว้ในมาตรา 9 โดยมีกรณีความผิดดังนี้
2.1) เกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น กระทำโดยไม่มีอำนาจ หรือนอกเหนืออำนาจ หรือกระทำโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น
2.2 ) เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่เนื่องจากได้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ โดยล้าช้าเกินสมควร
2.3 ) เกิดจากหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำการละเมิดทางปกครอง
2.4 ) เกิดจากกรณีที่สืบเนื่องมาจากการผิดสัญญาทางปกครอง
2.5 ) ตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ให้อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง
วินิจฉัย ตามข้อเท็จจริงนั้นได้มีโรงงานสามสหายซึ่งผลิตยาปราบศัตรูพืชได้ทำการปล่อยน้ำเสียจนทำให้สัตว์น้ำและต้นไม้บริเวณเขตเทศบาลบ้านหมอถึงแก่ความตายและยังส่งกลิ่นเหม็นกระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ต่อมาชาวบ้านจึงทำการร้องเรียนโดยให้นายสมทรงเป็นตัวแทนในการเสนอเรื่องไปยังนายกเทศมนตรีบ้านหม้อ แต่เวลาได้ผ่านไปกว่า 2 ปี ยังไม่ได้รับความคืบหน้าแต่อย่างใด กรณีเช่นนี้ ถ้านายสมทรงมาปรึกษาข้าพเจ้าขอให้คำแนะนำดังต่อไปนี้
1 ) กรณีโรงงานสามสหาย มีฐานะเป็นบุคคลธรรมดามิได้เป็นหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจึงไม่มีฐานะที่เป็นคู่กรณีที่จะฟ้องศาลปกครองได้ แต่สามารถที่จะร้องเรียนเพื่อให้หน่วยงานที่ควบคุมดูแลมาตรวจสอบได้ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม
2 ) กรณีนายกเทศมนตรีเทศบาลบ้านหมอ มีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและนายสมทรงก็เป็นเอกชนคู่กรณีจึงครบองค์ประกอบและพฤติการณ์ที่นายกเทศมนตรีเทศบาลบ้านหม้อที่รับเรื่องไว้แล้วมิได้ทำการตรวจสอบจนระยะเวลาได้ล่วงเลยไปถึง 2 ปี จึงเป็นลักษณะคดีที่สามารถฟ้องศาลปกครองได้ เนื่องจากเป็นการที่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยล้าช้าเกินสมควรตามมาตรา 9 ( 2 ) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯประกอบกับนายสมทรงได้เป็นผู้ที่เดือดร้อนและได้รับความเสียหายการกระทำของนายกเทศมนตรีนั้น จึงสามารถที่จะเสนอคดีด้วยตนเองตามมาตรา 42 พร้อมขอให้ศาลปกครองกำหนดระยะเวลาให้นายกเทศมนตรีพิจารณาได้ตามมาตรา 72 ( 2 ) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง
สรุป นายสมทรงสามารถฟ้องนายกเทศมนตรีบ้านหมอได้ตามมาตรา 9 ( 2 ) แต่ไม่สามารถที่จะฟ้องโรงงานสามสหายต่อศาลปกครองได้


|