Loading ... please wait ...
หน้าแรก ติดต่อเรา ผังเว็บไซต์
สินค้าในตระกร้า [ 0 ] รายการ
  รายการหลัก
ติวราม ฯ
ติวเนติบัญฑิต
ติวตั๋วทนาย
ศาลปกครอง
  รายการสินค้า
คู่มือเตรียมสอบ
เฉลยข้อสอบ
ดูรายการทั้งหมด
แจ้งการชำระเงิน
  เกียวกับเรา
จากใจพี่นิคก์
งานติว
ปรึกษาปัญหา
กฎหมาย/การเรียน
งานว่าความ
งานวิทยากร
บรรยากาศ
แผนที่/ติดต่อเรา

ฝากประวัติ ผู้ที่ต้องการสมัครเป็นติวเตอร์ของเรา
  กฎหมายปกครอง
  • ติวทางไปรษณีย์
  • ติวส่วนกลาง
  • คอร์ทพิเศษ

  •   ใบปลิวประชาสัมพันธ์
       
      ติวทางไปรษณีย์
      ติวส่วนกลาง
       
      ติวทางไปรษณีย์
      ติวส่วนกลาง
       
      ตำรวจ
  • ติวทางไปรษณีย์
  • ติวส่วนกลาง

  •    
      กฎหมายปกครอง
     หน้าแรก กฎหมายปกครอง



                  

    สวัสดีน้องๆ ชาวรัฐศาสตร์รามคำแหงทุกท่าน พี่นิคก์มีความรู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่น้องๆ ได้เข้ามาเยี่ยมชม เว็บไซต์สำนักงานกฎหมายพี่นิคก์และเพื่อน ซึ่งสำนักงานติวแห่งนี้จะมีการติวสอบเฉพาะทางด้านวิชากฎหมายปกครอง โดยตรงเพราะมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ โดยจัดทำสถิติผู้ที่ติวแล้ว สามารถทำให้นักศึกษาสอบผ่านมากที่สุดกว่าทุกๆ สถาบันย่านหน้ารามคำแหง

    พี่นิคก์เป็นติวเตอร์ประจำรายวิชานี้มาเป็นระยะเวลากว่า 9 ปีแล้ว พี่นิคก์ได้ติดตามคำบรรยายของอาจารย์ประจำวิชาและติดตามทำสถิติการออกข้อสอบเก่าๆ ของอาจารย์ทุกภาคการศึกษา จึงทำให้รู้ขอบเขตการออกข้อสอบอย่างชัดเจน พร้อมวิเคราะห์ข้อสอบใหม่ภาคปัจจุบันให้นักศึกษาแบบฟันธงและแม่นยำ พร้อมทั้งแนะนำการเขียนตอบ การท่องจำแบบจำได้ง่าย จำได้เร็ว ตรงตามประเด็นข้อสอบ ไม่ใช้ศัพท์ทางวิชาการ ติวแบบบ้านๆ สนุกสนาน แฝงด้วยเนื้อหาสาระที่น้องๆ จะนำไปใช้เขียนตอบข้อสอบ แบบผ่านได้ภายในครั้งเดียว....

                   

    ขอบเขตเนื้อหา

                    กฎหมายปกครองสำหรับคณะรัฐศาสตร์ประกอบด้านเนื้อหาที่ใช้สอบ 4 ส่วนด้วยกัน คือ

                    1. หลักทั่วไปของกฎหมายปกครอง

                    - ความหมายขององค์ประกอบ ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายปกครอง, หน่วยงานของรัฐ, เจ้าหน้าที่ของรัฐ, ศาลปกครองและการบริการสาธารณะ

                    2. พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน

                    - การรวมอำนาจ, การแบ่งอำนาจ, การกระจายอำนาจ

                    3. พ.ร.บ.วิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง

                    - คำสั่งทางปกครอง, การมีส่วนได้เสียของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาทางปกครอง, สิทธิของการมีส่วนร่วมและการให้โอกาสแก่คู่กรณี ในการพิจารณาทางปกครองของเจ้าหน้าที่

                    4. พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง

                    - อำนาจหน้าที่และคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง

                   

    วัน-เวลาเรียนและอาจารย์ผู้รับผิดชอบ

                    วิชา LA 316 (LW 318) กฎหมายปกครองสำหรับคณะรัฐศาสตร์

                    มีอาจารย์ผู้รับผิดชอบวิชานี้ จำนวน 2 ท่าน คือ

                    1. ผศ.ดร.กิจบดี  ( ออกข้อสอบ 2 ข้อ )

                    2. ผศ.ฐิติพร        ( ออกข้อสอบ 2 ข้อ )

     

    หลักเกณฑ์การให้คะแนน + การตรวจข้อสอบ

                    สำหรับวิชานี้จะตัดคะแนน โดยแบ่งออกเป็น % ดังนี้

                    1-59%          ได้เกรด    F

                60-75%      ได้เกรด   P

                 76 – 100% ได้เกรด  G

                โดยการตรวจข้อสอบอาจารย์จะให้คะแนน โดยดูจากการเขียน-ตอบ เป็นลำดับ ดังนี้

                    1. หลักกฎหมายที่ใช้ประกอบข้อเท็จจริง ( 10 คะแนน )

                    2. การวิเคราะห์และการวินิจฉัยหลักกฎหมายกับข้อเท็จจริง ( 10 คะแนน )

                    3. การสรุปฟันธงตรงตามคำถามข้อสอบ ( 5 คะแนน )

                การเตรียมตัวสอบพร้อมตัวอย่างการเขียน-ตอบข้อสอบ

                    วิชานี้น้องๆ จะต้องเริ่มศึกษาจากโครงสร้าง ขอบเขต เนื้อหา หลักกฎหมายที่ใช้สอบ และศึกษาถึงวิธีการเขียนตอบ ทั้งแบบความจำและวินิจฉัย (ตุ๊กตา) เพื่อที่น้องๆ จะได้รู้และเตรียมตัวอ่านตรงตามวัตถุประสงค์ที่ทางมหาวิทยาลัยจะวัดผล

                    โดยขอบเขตเนื้อหาวิชานี้ พี่ได้จัดการสรุปไว้ข้างต้น ในชั้นนี้ จึงขอเสนอตัวอย่างการเขียน-ตอบ เพื่อให้น้องๆ นักศึกษาได้เห็นภาพ เพื่อนำไปปรับใช้ในการเขียน-ตอบ ข้อสอบแบบถูกวิธีและรู้วิธีเสนอข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงในการวิเคราะห์เขียนตอบข้อสอบต่อไป

     

    ตัวอย่างการเขียนตอบข้อสอบ

     

                 คำสั่งทางปกครองมีกี่รูปแบบและต้องประกอบด้วยรายการอะไรบ้างจึงถือว่าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

                  ตอบ  ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองพ.ศ.2539

                  คำสั่งทางปกครอง หมายถึง การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เพื่อก่อนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับ ซึ่งสิทธิหรือหน้าที่ของผู้รับคำสั่งทางปกครองไม่ว่าจะมีผลเป็นการชั่วคราวหรือถาวร เช่น การสั่งการ, การอนุมัติ , การอนุญาต, การวินิจฉัยและการอุทธรณ์

                  หลักเกณฑ์เกี่ยวกับรูปแบบของคำสั่งทางปกครอง

                  โดยทั่วไปมักกล่าวกันอยู่เสมอว่า การทำคำสั่งทางปกครองไม่ยึดถือรูปแบบ ซึ่งหมายความว่า สิ่งที่ถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครองนั้นจะทำในลักษณะใดหรือรูปแบบใดก็ได้ ขอเพียงแต่ให้มีเนื้อหาสาระเป็นคำสั่งทางปกครอง คือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพการณ์ทางกฎหมายของบุคคลเป็นการเฉพาะรายก็เพียงพอแล้ว มาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติวิธีราชการทางปกครองฯ เองก็ได้สะท้อนให้เห็นหลักดังกล่าวนี้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่า คำสั่งทางปกครองอาจทำเป็นหนังสือก็ได้ หรือทำโดยวาจาก็ได้ หรือทำโดยการสื่อความหมายในรูปแบบอื่นๆ ก็ได้

                   กรณีการทำคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือ

                   อย่างไรก็ดี โดยปกติคำสั่งทางปกครองจะทำเป็นหนังสือ ซึ่งในกรณีที่คำสั่งทางปกครองทำเป็นหนังสือนี้เอง กฎหมายก็จะกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ในเรื่องแบบให้ต้องปฏิบัติ ดังนั้น หลักการที่ว่าการทำคำสั่งทางปกครองไม่ยึดถือรูปแบบนั้น ในทางปฏิบัติจึงคลายความสำคัญลงไปไม่น้อย เพราะกลายเป็นว่า ในทางปฏิบัติการออกคำสั่งทางปกครองส่วนใหญ่จะต้องเคารพหลักเกณฑ์บางประการ โดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯกำหนดรายการที่ต้องระบุไว้ 3 รายการ ตามมาตรา 36 ได้แก่ 1 ) วัน เดือน และปีที่ทำคำสั่ง        2 ) ชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง และ 3 ) ลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง พึงสังเกตว่า ทั้งสามรายการที่กล่าวมาข้างต้นเป็นรายการ ตามลักษณะของคำสั่ง ได้แก่ 4 ) เหตุผลในการทำคำสั่งตามมาตรา 37 และ 5 ) กรณีที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่ง รวมทั้งการยื่นและระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์หรือโต้แย้ง ทั้งนี้ โดยผลของมาตรา 40

                    หลักการให้เหตุผลในการออกคำสั่งทางปกครอง

                    การให้เหตุผลในการออกคำสั่งทางปกครองนั้น เป็นหลักประการสำคัญอีกประการหนึ่งของหลักกฎหมายว่าด้วยกระบวนการพิจารณาทางปกครองเพราะการให้เหตุผลจะทำให้ผู้รับคำสั่งทางปกครองได้รู้ว่า คำสั่งทางปกครองที่ออกมาเช่นนั้น ผู้ทำคำสั่งมีเหตุผลอย่างใด ซึ่งหากมีการให้เหตุผลที่ดีแล้ว ผู้รับคำสั่ง ก็จะยอมรับคำสั่งนั้นได้อย่างเต็มใจและง่ายขึ้น สำหรับการให้เหตุผลจะต้องมีสาระอย่างไรบ้างนั้น ความในวรรคหนึ่งของมาตรา 37 กำหนดไว้ว่า ต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

                    ส่วนข้อยกเว้นของหลักการให้เหตุผลนั้น มาตรา 37 วรรคท้าย กำหนดไว้ด้วยกัน 4 กรณี ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นข้อยกเว้นโดยสภาพอยู่แล้ว อันได้แก่ กรณีของความลับ กรณีเร่งด่วน กรณีที่มีผลตรงตามคำขอ และกรณีที่เหตุผลนั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว หลักการของกฎหมายไทยในเรื่องการให้เหตุผลนี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องบังคับทั่วไปให้ต้องมีการให้เหตุผล แต่หากไม่เห็นด้วยกับเหตุผลในคำสั่ง ก็สามารถรู้ได้ว่าจะต้องโต้แย้งคัดค้านในประเด็นใด ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเอง การต้องระบุเหตุผลในคำสั่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเอาใจใส่และพิถีพิถันในการพิจารณาและตัดสินใจ เพราะผู้รับคำสั่งสามารถจะรู้ถึงเหตุผลของการออกคำสั่งได้ ไม่ใช่เรื่องที่อาจปกปิดหรือรู้กันเองภายในเฉพาะเจ้าหน้าที่อีกต่อไป นอกจากนั้น การให้เหตุผลในการออกคำสั่งจะช่วยให้การควบคุมตรวจสอบโดยองค์กรตุลาการกระทำได้ชัดเจนและง่ายขึ้น โดยศาลสามารถนำเอาเหตุผลที่ฝ่ายปกครองระบุในคำสั่งมาเป็นฐานในการควบคุมความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครองได้โดยตรง

     

                    คำถาม บริเวณท้องที่ในเขตเทศบาลบ้านหมอมีโรงงานสามสหายเปิดผลิตยาปราบศัตรูพืชและมีการปล่อยน้ำเสียที่ผสมสารเคมีบางอย่างจนทำให้สัตว์น้ำและต้นไม้บริเวณนั้นถึงแก่ความตายและส่งกลิ่นเหม็นกระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านบริเวณนั้นเป็นอย่างมากจึงทำการร้องเรียน โดยร่วมกันลงลายมือชื่อพร้อมทั้งให้นายสมทรงเสนอเรื่องไปยังนายกเทศมนตรีบ้านหมอเพื่อทำการพิจารณาและสั่งปิดโรงงานดังกล่าว แต่จนกระทั่งระยะเวลาได้ผ่านไป 2 ปี ก็ยังไม่ได้รับความคืบหน้าและการเยียวยาแต่อย่างใด นายสมทรงจึงมาปรึกษาท่านว่าจะฟ้องศาลปกครองในกรณีดังกล่าวได้หรือไม่เพราะเหตุใด

                   ตอบ  ตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ.2542 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การฟ้องคดีปกครองไว้ในกรณีดังนี้ คือ

                   1 ) คู่กรณีที่จะฟ้องต่อศาลปกครองนั้นจะต้องเป็นกรณีที่เกิดข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชนหรือระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันเอง

                   2 ) คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองนั้นได้กำหนดไว้ในมาตรา 9 โดยมีกรณีความผิดดังนี้

                   2.1) เกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น กระทำโดยไม่มีอำนาจ หรือนอกเหนืออำนาจ หรือกระทำโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น

                  2.2 ) เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่เนื่องจากได้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ โดยล้าช้าเกินสมควร

                  2.3 ) เกิดจากหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำการละเมิดทางปกครอง

                  2.4 ) เกิดจากกรณีที่สืบเนื่องมาจากการผิดสัญญาทางปกครอง

                  2.5 ) ตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ให้อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง

                   วินิจฉัย ตามข้อเท็จจริงนั้นได้มีโรงงานสามสหายซึ่งผลิตยาปราบศัตรูพืชได้ทำการปล่อยน้ำเสียจนทำให้สัตว์น้ำและต้นไม้บริเวณเขตเทศบาลบ้านหมอถึงแก่ความตายและยังส่งกลิ่นเหม็นกระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ต่อมาชาวบ้านจึงทำการร้องเรียนโดยให้นายสมทรงเป็นตัวแทนในการเสนอเรื่องไปยังนายกเทศมนตรีบ้านหม้อ แต่เวลาได้ผ่านไปกว่า 2 ปี ยังไม่ได้รับความคืบหน้าแต่อย่างใด กรณีเช่นนี้ ถ้านายสมทรงมาปรึกษาข้าพเจ้าขอให้คำแนะนำดังต่อไปนี้

                   1 ) กรณีโรงงานสามสหาย มีฐานะเป็นบุคคลธรรมดามิได้เป็นหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจึงไม่มีฐานะที่เป็นคู่กรณีที่จะฟ้องศาลปกครองได้ แต่สามารถที่จะร้องเรียนเพื่อให้หน่วยงานที่ควบคุมดูแลมาตรวจสอบได้ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม

                   2 ) กรณีนายกเทศมนตรีเทศบาลบ้านหมอ มีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและนายสมทรงก็เป็นเอกชนคู่กรณีจึงครบองค์ประกอบและพฤติการณ์ที่นายกเทศมนตรีเทศบาลบ้านหม้อที่รับเรื่องไว้แล้วมิได้ทำการตรวจสอบจนระยะเวลาได้ล่วงเลยไปถึง 2 ปี จึงเป็นลักษณะคดีที่สามารถฟ้องศาลปกครองได้ เนื่องจากเป็นการที่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยล้าช้าเกินสมควรตามมาตรา 9 ( 2 ) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯประกอบกับนายสมทรงได้เป็นผู้ที่เดือดร้อนและได้รับความเสียหายการกระทำของนายกเทศมนตรีนั้น จึงสามารถที่จะเสนอคดีด้วยตนเองตามมาตรา 42 พร้อมขอให้ศาลปกครองกำหนดระยะเวลาให้นายกเทศมนตรีพิจารณาได้ตามมาตรา 72 ( 2 ) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง

                        สรุป นายสมทรงสามารถฟ้องนายกเทศมนตรีบ้านหมอได้ตามมาตรา 9 ( 2 ) แต่ไม่สามารถที่จะฟ้องโรงงานสามสหายต่อศาลปกครองได้

     










        เข้าระบบ
    E-mail :
    Passwd :

    ลืมรหัสผ่าน
    สมาชิกสมาชิกใหม่

    ปรึกษาทนายออนไลน์

    ทนายนิคก์ ได้รับเกียรติเป็น
    วิทยากรบรรยายอบรม ให้
    ความรู้เรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับ
    ทรัพย์ ณ เรือนจำธัญบุรี
    วันที่ 11 มิถุนายน 2555
     สัมนา ฟรี!

    โครงการสัมมนา
        โครงการแนะแนวการเรียนราม

    ลงทะเบียนสัมมนา คลิกที่นี่
     ทนาย

    รับบริการ ปรึกษาคดี ,คดีแพ่ง
    คดีอาญา คดีปกครอง, คดีเลือกตั้ง
    คดีพรรคการเมือง
     จากใจน้อง ๆ


     สือการศึกษาขายดี


     
      Link เว็บไซต์
    11
     
      Download
    กฎหมายการตลาด พรบ.แข่งขันทางการค้า 2542
    กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา พรบ.เครื่องหมายการค้า 2534
    กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา พรบ.ลิขสิทธิ์ 2537
    กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา พรบ.สิทธิบัตร 2522
    กฎหมายภาษี ประมวลรัษฎากร 2481
    กฎหมายแรงงาน - คุ้มครองแรงงาน
    กฎหมายแรงงาน - เงินทดแทน
    กฎหมายแรงงาน - ประกันสังคม
    กฎหมายแรงงาน - แรงงานสัมพันธ์
    กฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนและบริษัท
     
     
     
     

    สำนักงานกฎหมายพี่นิคก์และเพื่อน
    195/68 หมู่บ้านปรีชา ซอยรามคำแหง160 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
    โทร. 02-917-3113, 082-4713663, 081-1165584


          


    Best viewed with IE 6.0 or above, Opera browser 1024 x 768 resolutions.
    © 2009 www.tutornickonline.com  Design By QisZa.com